ไม่มีสินค้าในตะกร้า

วิกฤต ชิปขาดตลาด (Chip Shortage) ที่สั่นคลอนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลก

Chip Shortage

วิกฤต ชิปขาดตลาด

วิกฤตการขาดแคลนของชิปเซ็ตในครั้งนี้ ถ้าจะเท้าความก็คงต้องบอกว่ามันเริ่มต้นตั้งแต่ปัญหาสงครามการค้า (Trade War) ระหว่างสองขั้วอำนาจอย่างจีน และสหรัฐอเมริกา ในปี 2019 ลากยาวมาถึงวิกฤตการณ์ COVID-19 ปี 2020 ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก และดูจะยังไม่จบง่าย ๆ ประกอบกับอุปสงค์ใหม่ที่เกิดขึ้นมาระหว่างทางในหลายภาคอุตสาหกรรม รวมถึงปัญหาภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติมาซ้ำเติมกำลังการผลิตให้น้อยลงไปอีก จนสมดุลระหว่างดีมานด์ และซัพพลายย่ำแย่ลงอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน
โดยนับตั้งแต่ที่ HUAWEI ถูกรัฐบาลสหรัฐฯ สั่งแบนห้ามดีลธุรกิจกับบริษัทสัญชาติอเมริกัน รวมถึงบริษัทอื่น ๆ ทั่วโลกที่ยังต้องพึ่งพาใช้งานสิทธิบัตรและทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐฯ อยู่ในขั้นตอนกระบวนการผลิตต่าง ๆ แบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนเจ้าอื่น ๆ ก็เกิดอาการคึกคักขึ้นมามากพอสมควร โดยหลายเจ้าตัดสินใจสั่งชิปจาก TSMC และ Samsung เพิ่มในปริมาณที่มากกว่าเดิม เพื่อหวังจะมาช้อนส่วนแบ่งการตลาดของ HUAWEI ให้ได้ ซึ่งในส่วนนี้นักวิเคราะห์ได้ให้ความเห็นว่า อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดวิกฤตเฉกเช่นทุกวันนี้ได้ 
นอกจากนี้ อีกหนึ่งส่วนที่ทำให้ความต้องการในการใช้ชิปเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก เนื่องจาก สถานการณ์ COVID-19 ที่ระบาดทั่วโลก ทำให้ผู้คนต้อง Work from Home กันมากขึ้น ทำให้มีความต้องการในการใช้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก ทำให้สินค้าที่ผลิตได้นั้น ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ชิปเซ็ตขาดแคลนไปทั่วโลกก็คือ การติดขัดของการผลิตที่เกิดขึ้นจากปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติพายุหิมะ หรือปัญหาภัยแล้งที่บางประเทศกำลังเผชิญหน้าอยู่นั่นเอง บริษัท TSMC ถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับผลกระทบกับภัยแล้งเข้าอย่างจัง เนื่องจากโรงงานผลิตชิปของพวกเขาต้องใช้น้ำสะอาดในกระบวนการผลิตชิปเป็นจำนวนกว่า 1.56 แสนล้านตันต่อวัน ซึ่งพอมีปัญหาภัยแล้งนี้ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ TSMC จะได้น้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอมาใช้ผลิตชิปเหมือนช่วงเวลาปกติ ส่งผลให้ TSMC จำเป็นต้องลดไลน์การผลิตลง เพื่อให้สอดคล้องกับทรัพยากรที่มีอยู่ในปัจจุบัน 
ในส่วนของทางบริษัท The Compete Technology ซึ่งเป็นตัวแทนนำเข้า และจัดจำหน่ายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้ด้วยเช่นกัน เนื่องจากการใช้เครื่องอ่านบัตรประชาชนในช่วงที่ไวรัส Covid-19 ระบาด ของหน่วยงานต่างๆ มีความต้องการสูงขึ้นเป็นอย่างมาก แต่ทางโรงงานผู้ผลิตตัวเครื่องอ่านบัตร มีกำลังผลิตที่ลดน้อยลงเนื่องจากวิกฤตชิปขาดตลาดทั่วโลกในครั้งนี้ ส่งผลให้ สินค้าอาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า แต่เราพยายามอย่างเต็มที่ ที่จะสรรหาสินค้าที่สามารถรองรับการใช้งานของลูกค้าให้ได้เพียงพอต่อความต้องการ และรักษาทั้งคุณภาพสินค้า รวมถึงราคาที่สมเหตุสมผล